นายกฯถือฤกษ์ขึ้น10ค่ำเดือน10เปิด”ตึกภักดีบดินทร์”

นายกฯถือฤกษ์ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 10 นิมนต์พระราชาคณะ 10 รูป ทำบุญเปิด”ตึกภักดีบดินทร์” เรือนรับรองทำเนียบหลังใหม่  เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.)เป็นประธานในพิธีทำบุญเปิดตึกภักดีบดินทร์

โดยใช้ฤกษ์ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 10 เวลา 10.30 น. โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ 10 รูป ประกอบด้วย สมเด็จพระวันรัต จากวัดบวรนิเวศวิหาร ,สมเด็จพระพุทธาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม ,พระพรหมดิลก วัดสามพระยา ,พระธรรมรัตนดิลก วัดสุทัศนเทพวราราม ,พระธรรมสุธี วัดหัวลำโพง, พระเทพกิตติเวที วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ,พระเทพสังวรญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร ,พระราชจริยาภรณ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคราราม ,พระราชวินยาภรณ์ วัดบูรณสิริมาตยาราม และพระบวรรังษี วัดระฆังโฆษิตาราม เจริญพระพุทธมนต์​  เวลา 11.00 น.นายกรัฐมนตรี พร้อม ครม. ถวายภัตตาหารเพล  ก่อนถวายเครื่องไทยธรรม ถวายผ้าไตร จากนั้นพระราชาคณะทำพิธีเจิ่มตึกภักดีบดินทร์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา หลังเสร็จพิธีสงฆ์ นายกรัฐมนตรีรับประทานอาหารร่วมกับผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน  ประกอบด้วย ครม. ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาล และตัวแทนสื่อมวลชน 

สำหรับตึกภักดีบดินทร์ สร้างขึ้นโดยดำริของนายกรัฐมนตรี เพื่อใช้เป็น สถานที่จัดประชุมรับรองบุคคลสำคัญทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งใช้ในการจัดกิจกรรมต่างๆในรัฐบาล ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า โดยได้นำรูปแบบงานสถาปัตยกรรมกอธิคตอนปลาย ของตึกไทยคู่ฟ้ามาประยุกต์ โดยลดทอนลวดลายเฉพาะลงเนื่องจากเป็นอาคารลำดับรอง  พื้นที่ชั้น1 ประกอบด้วย ห้องโถงใหญ่ เป็นห้องรับรองสำหรับจำนวนไม่เกิน 150 คน /ห้องทองธารา เป็นห้องรับรองสำหรับจำนวนไม่เกิน 10 คน ภายใต้โดมสีทอง ตกแต่งภายในด้วยสีทอง ภาพประดับภาพศิลปกรรมสื่อผสมจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนารถในรัชกาลที่ 9 ชื่อภาพ มหานธีแห่งบารมี พระทรงธรรม/ห้องรับรองวนาสิริสำหรับจำนวนไม่เกิน 8 คน ตกแต่งภายในด้วยสีฟ้าชมพู ประดับภาพศิลปกรรมสื่อผสมจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถในรัชกาลที่ 9 ชื่อภาพ ยั่งยืน ดังนั้นตึดภักดีบดินทร์นับเป็นอาคารที่สร้างได้อย่างมีศิลปะ สวยงาม พร้อมการตกแต่งภายในและภูมิทัศน์ภายนอกอย่างสมบูรณ์. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews